
ธุรกรรมที่ถูกปฏิเสธ (การขอคืนยอดเงินจากบริษัทบัตรเครดิต) คืออะไร?
ธุรกรรมที่ถูกปฏิเสธหมายถึงการซื้อขายถูกปฏิเสธโดยผู้ถือบัตรเครดิตหรือผู้ออกบัตรเครดิต
มีหลายเหตุผลสำหรับการถูกปฏิเสธ โดยส่วนใหญ่แล้วจะเป็น: การขอคืน, ยกเลิกการให้บริการ, ธุรกรรมถูกปฏิเสธ, รายการการซื้อขายผิดพลาดหรือฉ้อโกง
เนื่องจากรายการการซื้อขายสินค้าแบบออนไลน์ไม่ได้กำหนดให้ต้องแสดงบัตรเครดิตเพื่อเป็นการยืนยันความถูกต้องของข้อมูล ดังนั้นการที่ธุรกรรมจะถูกปฏิเสธจึงมีโอกาสค่อนข้างสูง และเมื่อร้านค้าขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเหตุการเรียกยอดเงินคืนจากบัตรเครดิต เมื่อต้องพบเจอกับสถานการณ์ดังกล่าว ก็มักจะไม่ทราบวิธีการตอบกลับและลดความเสียหายทางธุรกิจ
ธุรกรรมที่เป็นการฉ้อโกงคืออะไร?
โดยทั่วไปแล้ว ธุรกรรมที่ไม่ได้รับการอนุมัติโดยผู้ถือบัตรเครดิตจะถือว่าเป็นการฉ้อโกง และผู้ถือบัตรเครดิตสามารถรายงานธุรกรรมที่เป็นการฉ้อโกงนี้ไปยังธนาคารได้ ซึ่งจะทำให้ผู้ค้ามีความเสี่ยงที่จะต้องถูกเรียกคืนยอดเงินที่ลูกค้าชำระแล้ว ซึ่งจะนำไปสู่การสูญเสียทางการเงิน
หากคุณสงสัยคำสั่งซื้อที่อาจเป็นการฉ้อโกง คุณสามารถตรวจสอบคำสั่งซื้อที่ต้องสงสัยนั้นโดยดูจาก:
a. ที่อยู่, การจัดการการส่งสินค้า:
ที่อยู่ IP ณ เวลาที่สั่งสินค้าเป็นกุญแจสำคัญในการตรวจสอบว่าคำสั่งซื้อดังกล่าวมีแนวโน้มเป็นการฉ้อโกงหรือไม่
คุณสามารถดูที่อยู่ IP ของลูกค้าได้ที่ระบบหลังบ้านของ SHOPLINE หลังจากที่มีการสั่งซื้อสินค้า และตรวจสอบตำแหน่งที่อยู่ของลูกค้าผ่านบริการการค้นหา IP geolocation

- ตรวจสอบว่าที่อยู่ IP และที่อยู่เพื่อการจัดส่งสินค้าเป็นพื้นที่เดียวกัน
- ดูว่าลูกค้ามีการสั่งซื้อสินค้าจำนวนมากในช่วงเวลาสั้นๆ โดยใช้ที่อยู่ IP เดียวกัน
- ตรวจดูว่ามีคำสั่งซื้อหลายๆ คำสั่งซื้อใช้ที่อยู่ IP เดียวกัน และขอให้มีการจัดส่งสินค้าไปยังที่อยู่เดียวกัน
- หากที่อยู่สำหรับการจัดส่งสินค้าตั้งอยู่ในประเทศ/ ภูมิภาคที่มีความเสี่ยงสูงสำหรับการฉ้อโกง*
- หลังจากสั่งซื้อสินค้าแล้ว ขอเปลี่ยนที่อยู่เพื่อการจัดส่งสินค้า, ขอให้ส่งสินค้าหลายๆ รายการไปยังที่อยู่ที่เดียวกันหรือที่อยู่ที่มีความเสี่ยงสูง (เช่น อาคารร้าง, โรงแรม, ตู้ไปรษณีย์ หรืออื่นๆ) หรือเปลี่ยนเป็นมารับด้วยตนเอง
- ขอให้มีการจัดส่งอย่างรวดเร็ว/ มารับด้วยตนเอง สำหรับสินค้าที่มีราคาแพง (เช่น เครื่องใช้ไฟฟ้า)
- ขอให้ใช้ผู้ให้บริการจัดส่งสินค้าที่ตนต้องการสำหรับการจัดส่ง
b. ข้อมูลผู้รับ, คำสั่งซื้อ:
ก่อนส่งสินค้า ตรวจดูอย่างรอบคอบเกี่ยวกับข้อมูลของคำสั่งซื้อของลูกค้า เราขอแนะนำให้ตรวจสอบ:
- เป็นลูกค้าใหม่ที่สั่งสินค้า แต่ยอดการสั่งซื้อสูงกว่าค่าเฉลี่ยของยอดคำสั่งซื้อของร้าน
- คำสั่งซื้อจากต่างชาติจำนวนมากเข้ามาในช่วงเวลาสั้นๆ
- ได้รับจำนวนคำสั่งซื้อมากผิดปกติในช่วงเวลาสั่งซื้อที่ผิดปกติ
- อีเมลน่าสงสัย เช่น กรอกข้อมูลแบบสุ่มหรือแตกต่างอย่างมากกับข้อมูลในรายละเอียดคำสั่งซื้อ (เช่น ชื่อลูกค้าและอีเมล)
- ค้นหาการใช้อีเมลนั้นๆ ในช่วงก่อนหน้าผ่านโปรแกรมค้นหา*
*อ้างถึงรูปภาพด้านล่าง:
ไม่มีการใช้งานอีเมลในช่วงก่อนหน้า
หากคำสั่งซื้อที่คุณได้รับเข้าข่ายตามตัวชี้วัดความน่าสงสัยหรือความเสี่ยงสูงตามด้านบนแล้ว เราขอแนะนำให้คุณดำเนินการตามข้อควรระวังด้านล่างนี้เพื่อป้องกันความเสียหาย
- หากเป็นคำสั่งซื้อจากต่างประเทศ หรือมาพร้อมๆ กัน หรือเป็นยอดจำนวนมาก กรุณาชะลอการจัดส่ง
- หากเป็นคำสั่งซื้อภายในประเทศ กรุณาใช้ผู้ให้บริการจัดส่งสินค้าของคุณ หากคุณพบความน่าสงสัยใด กรุณาแจ้งผู้ให้บริการชะลอการจัดส่งสำหรับคำสั่งซื้อดังกล่าว
- ติดต่อลูกค้าผ่านโทรศัพท์หรืออีเมลและยืนยันข้อมูลการสั่งซื้อ
- ตรวจสอบกับบัญชีดำ (Blacklist) ของคุณว่ามีอีเมลดังกล่าวหรือไม่
- หากคุณพบคำสั่งซื้อที่คล้ายคลึงกับคำสั่งซื้อก่อนหน้าที่พบธุรกรรมน่าสงสัย หรือมีการขอคืนยอดเงินจากบริษัทบัตรเครดิต เช่น มีที่อยู่ IP อีเมล เบอร์โทรศัพท์ ที่อยู่สำหรับการจัดส่ง ประเภทสินค้าที่สั่ง หรืออื่นๆ ที่เหมือนกัน กรุณายืนยันกับลูกค้า หากพบความน่าสงสัยกรุณายกเลิกคำสั่งซื้อหรือทำเรื่องคืนเงิน
หากคุณมีความกังวลเกี่ยวกับคำสั่งซื้อ คุณควรตรวจสอบข้อมูลของลูกค้าก่อน หากยังมีความสงสัย คุณควรรอจนการตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมเรียบร้อยก่อนตัดสินใจทำการจัดส่งสินค้า
ด้านล่างนี้เป็นเครื่องมือออนไลน์ฟรีที่คุณสามารถใช้เพื่อหาตำแหน่งและข้อมูลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับที่อยู่ IP ได้:

ข้อคิดเห็น